อัยการหญิงเหล็ก คดีเด็ก กับกฏหมายที่เบา และก็สังคมที่เน่าเฟะ

อัยการหญิงเหล็ก

อัยการหญิงเหล็ก ณ ขณะนี้ ซีรีส์จากประเทศเกาหลีใต้อย่าง ‘หญิงเหล็กศาลเยาวชน’

อัยการหญิงเหล็ก ซีรีส์เน็ตฟลิกซ์ออริจินัล เรื่องใหม่ที่พึ่งจะเข้าฉายเมื่อสิ้นเดือนก.พ.ก่อนหน้าที่ผ่านมา แปลงเป็นซีรีส์กระแสแรงที่กำลังติดอันดับหนึ่งอยู่เวลานี้ครับ แล้วก็กระแสก็กำลังเดินทางมาแรงขึ้นเรื่อยซึ่งซีรีส์หัวข้อนี้ได้ผลสำเร็จหน้าที่ควบคุมของ ‘ฮงจงชัน’ ที่เคยส่งผลงานควบคุมซีรีส์มาหลายต่อหลายเรื่อง โอกาสนี้ เขาขอจับมุมมองเกี่ยวกับกฏหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่แทบจะไม่มีผู้ใดเคยถือจับมาก่อนอย่าง ‘กระบวนการยุติธรรมคดีเยาวชน’ มาเล่าผ่านซีรีส์หัวข้อนี้

ผ่านมุมมองการเขียนบทของ ‘คิมมินซอก’ ตัวซีรีส์โดยรวมเล่าด้วยพล็อตแบบ ‘ดราม่าแนวกฎหมาย’ หรือเรื่องราวเกี่ยวกับการพินิจพิเคราะห์คดีในชั้นศาลนั่นแหละครับ แม้กระนั้นที่พิเศษแล้วก็ต่างกันออกไปมันก็คือ เป็นซีรีส์ที่ชี้เฉพาะเล่าถึงกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวกับการใคร่ครวญคดีเยาวชนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เนื่องจากตามหลักกฏหมายแล้ว เยาวชนที่อายุไม่เกิน 14 ปี จำเป็นจะต้องถูกตัดสินโทษตามพ.ร.บ.ศาลเด็ก ซึ่งจะมีโทษสูงสุดเป็น คุมปฏิบัติระดับ 10

ตราบจนกระทั่ง ‘ชิมอึนซอก’ ตุลาการสาวผู้เย็นชาด้วยเหตุว่าซ่อนอดีตกาลเจ็บร้าวไว้เบื้องหน้าเบื้องหลัง ได้ย้ายเข้ามาดำเนินการเป็นตุลาการคนใหม่ของ ‘ศาลแขวงแผนกคดีอาญาเด็กและก็เยาวชนเขตยอนฮวา’ คุณก็เลยฉวยโอกาสนี้ ล้างบางแนวทางการพิจารณาคดีเยาวชน ที่ธรรมดาแล้วชอบไม่ค่อยสลับซับซ้อน แล้วก็ชอบตัดสินโทษกันอย่างเร็ว และไม่ได้วินิจฉัยฟ้องร้องหนักพอ ๆ กับคดีผู้ใหญ่ ด้ายมอตโตประจำตัวเธอก็คือ “ฉันเกลียดชังผู้ร้ายเด็ก”

เธอก็เลยยืนกรานที่จะตัดสินโทษเยาวชนแบบล้วงดวงตามกระบวนการของเธอเองด้วยมุมมองที่ว่า เธอปรารถนาที่จะตัดสินโทษให้ผู้เยาว์ผู้กระทำผิดได้รับโทษอย่างสม สำนึกในข้อผิดพลาด และก็เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่หวาดกลัวกฏหมาย พร้อมทั้งการป้องกันเหยื่อ (และก็พี่น้อง) ผู้ที่ได้รับเคราะห์ ให้ได้รับความเป็นธรรมอย่างถึงที่สุด ถึงแม้ว่าในอีกมุมหนึ่ง มันก็ดูเหมือนขัดกับอุดมการณ์ของศาลเด็กและเยาวชนที่นี้ ที่ดูจากมุมของกฏหมาย สถิติสุดอัศจรรย์

แม้ว่าจะกระทำผิดรุนแรงเพียงใด แม้กระนั้นเยาวชนที่กระทำผิดก็จะต้องได้รับการบูรณะ อบรม มอบโอกาสลำดับที่สองแก่ผู้ที่เป็นคนทำความผิด เพื่อไม่ให้กลับมากระทำผิดซ้ำ รวมทั้งกฏหมายก็ไม่มีสิทธิ์ตัดสินโทษเยาวชนด้วยบรรทัดฐานแบบคดีคนแก่ ที่ย้ำการลงทัณฑ์ให้หลาบจำรวมทั้งกลัวกฏหมาย ซึ่งไอ้ช่องโหว่นี้ล่ะ ที่เปลี่ยนเป็นว่า ทำให้ผู้ร้ายเด็กบางบุคคลก็ดีแล้วใจไม่ดีด้วย เนื่องจากว่าในที่สุดก็ชอบลงทัณฑ์สถานที่ค่อย และไม่จะต้องจำคุก

ซึ่งก็ทำให้คนภายในกระบวนการยุติธรรมพลอยแอบใส่เกียร์ว่าง ไม่ยินยอมตัดสินโทษด้วยการใคร่ครวญคดีจากหลักฐาน แต่ว่าใช้แนวทางตัดสินโทษตามเกณฑ์ ใช้กฏหมายตัดสินโทษให้พอเพียงผ่าน ๆ ไป เพราะเหตุว่ากลัวคดีจะล้นมือ ยุ่งยาก และก็พบโคนโดยใช่เหตุ ตุลาการลองอึนซอก ก็เลยจะต้องออกล้วงลูกคดีด้วยตัวของเธอเอง ซึ่งตลอดทั้ง 10 ตอนก็จะมีการแบ่งเป็นคดีความต่าง ๆ ออกเป็นคดีความละราว 1-2 ตอนโดยเฉลี่ย

รวมทั้งรายละเอียดในแต่ละคดีก็จะมีความต่อเนื่องกันรายละเอียดต่อกันไปเรื่อยซึ่งพวกเราก็จะได้มองเห็นลองอึนซอก ปฏิบัติภารกิจตุลาการด้วยการใช้หลักฐาน แล้วก็วินิจฉัยด้วยกฏหมายแบบแรง ๆ สอนผู้กระทำผิดกฎหมายเด็กพวกนั้นให้หลาบจำ

อย่างแรกที่นักเขียนถูกใจโดยรวม ๆ ของทั้งยัง 10 ตอน

อัยการหญิงเหล็กถือได้ว่าข้อดีอย่างหนึ่งของซีรีส์ประเด็นนี้เลยก็คือ การดำเนินเรื่องที่กระชับฉับไวครับ ถึงแม้ตัวซีรีส์เองจะมีทั้งผอง 10 ตอน เฉลี่ยตอนละราว 1 ชั่วโมงนิด ๆ แล้วแถมในซีรีส์ก็เต็มไปด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับกฏหมาย รวมทั้งกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวกับด้านของการฟ้องร้องคดีเด็กแล้วก็เยาวชน ซึ่งมีความสลับซับซ้อนและก็เฉพาะด้านมากมาย ๆ ตามสไตล์พล็อตแบบดราม่าแนวกฎหมาย นั่นแหละ แต่ว่าตัวซีรีส์สามารถปูเรื่อง ดำเนินเรื่อง

ดึงหาจุดไคลแม็กซ์ที่อยู่ในแต่ละตอน แล้วก็ขมวดสรุปจบได้อย่างกระชับ ไม่ยินยอมทิ้งให้ผู้ชมรู้สึกเนือยเหนียวหนืด ซึ่งก็จำต้องชื่นชอบความตรึงใจที่ 2 ต่อเลยนะครับว่า ตัวหนังทำการบ้านมาได้ละเอียดและก็รอบด้านมากมาย เป็นไม่ใช่แค่ทำการบ้านเรื่องกฏหมายและก็กระบวนการยุติธรรมของศาลเด็กและเยาวชนว่ามีขั้นตอนเช่นไรเพียงเท่านั้น แม้กระนั้นยังค้นลึกไปถึงเรื่องของมิติและก็ข้อความสำคัญด้านสังคมที่เกี่ยวโยงและก็มีผลโดยตรงต่อการเกิดคดีเยาวชน

ทั้งยังเรื่องของครอบครัว การเลี้ยง ทัศนคติ ข้อคิดเห็นที่ไม่เหมือนกันในเรื่องของกรรมวิธีการตัดสินโทษเยาวชน รวมทั้งมุมมอง รวมทั้งอุดมการณ์ รวมทั้งทัศนคติของคนในกระบวนการยุติธรรมคดีเยาวชนด้วย ซึ่งมันก็สะท้อนผ่านเรื่องราวแต่ละในขณะที่ทำออกมาได้บันเทิงใจ กระชับ เห็นภาพ แล้วก็เจาะลึก และก็การเล่าเรื่องการฟ้องในศาลเด็กและเยาวชน ซึ่งที่จริงแล้วถึงแม้ตัวหนังจะดำเนินตามสูตรดราม่าแนวกฎหมาย ที่เอาจริงเอาจัง ๆ

ถ้าหากเทียบกับหนังดราม่าตัดสินโทษความเรื่องอื่น ๆ ก็จัดว่ายังทำเป็นดรอคอยปกว่านะขอรับ บางครั้งก็อาจจะเนื่องจากมันเป็นคดีความเยาวชนที่ธรรมดาแล้วแนวทางการมันมิได้สลับซับซ้อนลึกลับซับซ้อนมากพอ ๆ กับคดีคนแก่ แล้วก็เนื้อหาการตัดสินโทษก็มิได้มากมายเท่า แล้วก็ความแรงของคดีก็ไม่พอ ๆ กับคดีคนแก่ด้วยล่ะ แม้กระนั้นตัวเรื่องก็ยังพอเพียงจะตอบแทนได้ด้วยความเพลิดเพลินและก็ความทารุณโหดร้ายของที่เกิดเหตุ วิเคราะห์บอล

ในบางคดี การบุกตะลุยออกไปล้วงลูกไขคดีของลองอึนซอก ฉากโต้เถียงที่สนุกสนาน เคร่งเคลียดสุด ๆ ไม่แพ้ฉากแอ็กชัน รวมทั้งฉากดราม่าที่โคตรสั่นสะเทือนรวมทั้งบีบหัวใจเข้ามาแทน ซึ่งโน่นก็หมายความว่า ตัวบททำการบ้านมาได้โคตรละเอียด แล้วก็บทก็ดำเนินงานได้ในระดับที่ค่อนจะดีเลยล่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเล่าเรื่องมุมมองเกี่ยวกับอาชญากรรมเด็ก ที่ถือได้ว่าขัดแย้ง ใหญ่ของเรื่อง ที่ฝั่งหนึ่งคิดว่า เยาวชนทุกคนควรจะได้รับการดูแล แม้ว่าจะกระทำผิด

การผลักดันและสนับสนุนให้เด็กพวกนั้นเปลี่ยนแปลงตัวเอง และไม่หวนกลับไปทำผิดอีกก็เลยสำคัญมาก แม้กระนั้นในมุมของตุลาการลองอึนซอก คุณกลับเห็นว่า เด็กก็คือคนคนหนึ่งนี่แหละ ที่เหมาะสมจะต้องโทษตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด ถ้าหากสังคมรวมทั้งครอบครัวไม่สามารถที่จะดูแลเด็กให้เปลี่ยนเป็นคนดีได้ ส่วนการชี้ขาดคดี ก็ควรจะเป็นไปอย่างถี่ถ้วนรอบด้าน รวมทั้งมีหลักฐาน หลักฐานไหนที่มีที่มาอย่างผิดจำเป็นต้อง

หากแม้ผู้ต้องหาจะรับสารภาพ แต่ว่าก็จำเป็นต้องถูกปัดตกไป รวมถึงการสะท้อนและก็แอบจิกกัดน้อยว่า หากแม้กฏหมายจะเอาไว้ดูแลสังคมโดยรวม แต่ว่าบางเวลากฏหมายก็ไม่อาจจะช่วยเหยื่อได้ทุกคน และก็อีกจุดที่สำคัญก็คือ บางครั้งบางคราวที่คนแก่หรือมนุษย์เราชอบเห็นว่าเด็กเป็นผ้าขาว เด็กเป็นความบริสุทธิ์ ทำทุก ๆ อย่าง หรือแม้กระทั้งการกระทำผิดกฏหมายก็เป็นไปเนื่องจากไม่รู้เดียงสา แต่ว่าโดยความเป็นจริงแล้ว

หากบอกกันแบบใจดำก็คือ หากแม้ผู้กระทำผิดกฎหมายเด็กบางบุคคลจะก่ออาชญากรรมด้วยเหตุสุดวิสัย แม้กระนั้นบางคราวก็ไม่น่าเห็นอกเห็นใจเอาเสียเลย ยิ่งถ้าเกิดเด็กคนใดที่มีแบ็กดี มีผู้ดูแลหรือทนายความรอช่วย ก็ยิ่งทำให้คดียุ่งยากสลับซับซ้อนหัวจะปวดไม่ต่างอะไรจากคดีคนแก่เลย

สำหรับรายละเอียดในแต่ละคดี แบบโดยสังเขปอัยการหญิงเหล็ก

ในตอนที่ 1-2 เป็นคดีความเปิดเรื่องกล่าวถึงเรื่องของเด็กผู้ชายวัย 13 ปี ก่อเหตุการสังหารหั่นศพเด็กวัย 9 ขวบที่แปลงเป็นข่าวสารดัง ซึ่งถือเป็นการเตรียมพร้อมได้แรงมากมาย รวมทั้งทำให้ได้มองเห็นมุมมองของกระบวนการยุติธรรมเยาวชนได้ครบรอบด้านจริง ๆ ตลอดตัวผู้กระทำผิดกฎหมายที่กล่าวถึงว่ามีลักษณะอาการจิตเภท และไม่หวาดกลัวการตัดสินโทษแบบเยาวชนสักเท่าไหร่ มุมมองของบิดามารดาของเหยื่อที่ราวกับตายทั้งเป็น

แล้วก็มุมมองของการตัดสินโทษเยาวชน แท้จริง ๆ และก็ยังมีพสกนิกรอีกเยอะแยะที่ยังไม่ค่อยรู้เรื่องวิธีการคดีเยาวชน และก็ให้ลงอาญาเด็กด้วยกฏหมายอาญาแบบคนแก่แทน แต่พอเพียงเข้าเวลาที่ 3-4 ซึ่งเกิดเรื่องเกี่ยวกับความร้ายแรงในครอบครัว เมื่อเด็กผู้หญิงเมื่อเด็กผู้หญิงที่ชาแทจูดูแลอยู่ ถูกทำร้ายร่างกายจนกระทั่งระบมไปหมดทั้งตัว พูดตรงไปตรงมาก็คือ ตัวเรื่องแอบเริ่มดคอยปจาก 2 ตอนต้นที่ทำเอาไว้ได้แรงระดับ 18+

รวมทั้งบันเทิงใจมากมาย ๆ แปลงเป็นแนวสอบสวนผสมดราม่า และก็ลดที่เกิดเหตุ ลงไปพอเหมาะพอควร ถึงแม้ตัวเรื่องราวจะพากเพียรสะท้อนให้มีความเห็นว่า จริง ๆ ตัวการของผู้ร้ายเด็กก็มาจากครอบครัวนี่แหละ และก็ช่วงนี้จะเริ่มแย้มเรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของลองอึนซอกที่พึ่งจะได้มองเห็นแบ็กกราวน์บางส่วนก็ล่อเข้าไป 4 ตอนแล้ว แต่ว่าโดยสรุปก็คือ สนุกสนานลดลงกว่าคดีแรกอย่างค่อนข้างจะเห็นได้ชัด

จนถึงมาถึงขณะที่ 4 – 5 ซึ่งเป็นตอนที่เกี่ยวกับศูนย์ฟื้นฟูเยาวชนเอกชนที่ถูกร้องทุกข์ว่ามีการข่มเหงเยาวชนหญิง 8 ผู้ที่อยู่ในความดูและ แล้วก็คดโกงเงินช่วยเหลือจากศาล แผนภูมิความสนุกสนานก็ดูเหมือนเริ่มดีขึ้นขึ้นมาอีกนิดหน่อยด้วยฉากแอ็กชันพองาม พร้อมทั้งการสะท้อนภาพของมุมมองระหว่างเด็กและก็คนแก่ รวมถึงปัญหาภายในครอบครัวที่ละทิ้งเด็ก ทำให้เด็กจำต้องเอาชีวิตรอดเอาเองในสังคมแบบไม่มีที่พึ่งพิงพา

กระทั่งในที่สุดก็ชอบจบลงด้วยการก่อความร้ายแรง ก่อคดี ทำผิดกฏหมาย ขายประเวณี สิ่งเสพติด อื่น ๆ อีกมากมาย รวมทั้งตุลาการก็จำเป็นต้องใช้กฏหมายนี่แหละสำหรับการเข้ามาควบคุมแทน ซึ่งจัดว่าคดีนี้สามารถแปลความปัญหาและก็เล่าได้บันเทิงใจดีครับผม แม้กระนั้นแผนภูมิความสนุกสนานร่าเริงก็มาดคอยปลงอีกในคดีที่ 6 คดีข้อสอบรั่วในโรงเรียนมัธยมศึกษาปลายมุนกวัง

รวมทั้งในขณะที่ 7-8 คดีเยาวชนขับขี่รถยนต์โดยมิได้รับอนุญาตจนถึงก่อเกิดอุบัติเหตุ จริง ๆ ตัวเรื่องก็นับว่าสะท้อนภาพเกี่ยวกับคดีเยาวชนที่เกิดขึ้นในสังคม แล้วก็ที่พวกเรามักมากยินข่าวสารได้อย่างดีเยี่ยม ความสนุกสนานร่าเริงใน 3 ในช่วงเวลานี้สำคัญ ๆ ก็เลยเน้นย้ำโต้แย้งบาดใจ รวมทั้งดราม่าครอบครัวหนัก ๆ มากยิ่งกว่าที่กำลังจะได้มองเห็นที่เกิดเหตุ ปัญหาในสมัยก่อนของลองอึนซอกที่เริ่มคลี่คลายเยอะขึ้นเรื่อย ๆ

และยังจำเป็นต้องเข้าไป ‘พบตอ’ แบบเต็ม ๆ ที่ทำให้ลองอึนซอกผู้เย็นชาถึงกับสะเทือนขวัญ ซึ่งจริง ๆ ก็ยังจำเป็นต้องยกย่องในด้านของการเล่าเรื่องครับ เป็นตัวเรื่องก็ยังคงดำเนินเรื่องกระชับฉับไวดีนั่นล่ะครับ แต่ด้วยพล็อตแล้วก็ผลสรุป มันก็แอบเชิญให้รำลึกถึงละคร “ฟ้ามีตา” อยู่แบบเดียวกันนะ ในช่วงเวลาที่ 9-10 เป็นตอนที่แผนภูมิความเพลิดเพลินเริ่มไต่ขึ้นมาอย่างเป็นจริงเป็นจังขอรับ

บางทีก็อาจจะเนื่องจากว่ามันเป็นที่เกิดเหตุ ที่ว่าด้วยคดีเรียงคิวข่มขืนหญิงสาวที่ไซต์การก่อสร้าง แล้วก็การปะทุเงื่อนเรื่องราวในสมัยก่อนของลองอึนซอกผู้เย็นชาด้วย ถึงแม้คุณจะมานะปกปิดตัวตนเยอะแค่ไหน แม้กระนั้นคดีนี้กลับไปสะกิดแผลความเจ็บในสมัยก่อนของคุณขึ้นมาอีกรอบ ซึ่งตัวคดีเองก็ สะท้อนให้มีความเห็นว่า เด็กมิได้เป็นผ้าขาวอย่างที่พวกเราคิด แม้กระนั้นเด็กเวรเหล่านี้ล่ะ ที่ก่ออาชญากรรมได้อย่างอุกอาจเกินกว่าพวกเราจะระลึกถึง ซึ่งเอาจริงเอาจัง ๆ

ถึงแม้ 2 ตอนสุดท้ายนี้จะเป็นตอนที่กลับมาสนุกสนานและก็ระทึกขึ้นอีกรอบ แล้วก็พวกเราจะได้มองเห็นความสามารถการแสดงของ ‘คิมฮเยซู’ ที่ระเบิดอารมณ์ออกมาได้อย่างสะเทือนอารมณ์จนกระทั่งน้ำตาซึม

You may have missed