เดินหน้าต่อ โตโน่ภาคินซ้อมว่ายน้ำในบึงวันแรก 1,650 ม. เผยความรู้สึกผ่านแคปชั่น

เดินหน้าต่อ

เดินหน้าต่อ ถึงแม้จะต้องเจอกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกโซเชียลฯ

เดินหน้าต่อ แต่ถึงอย่างนั้น โตโน่ภาคินคำวิลัยศักดิ์ศิลปินหนุ่มชื่อดัง วัย 36 ปี ก็ยังคงเดินหน้าสานต่อโปรเจกต์ ว่ายน้ำข้ามแม่น้ำโขงเพื่อระดมทุนหาเงินบริจาคช่วยโรงพยาบาลที่ขาดแคลน ตามความตั้งใจ อีกทั้งล่าสุดเจ้าตัวยังได้เผยภาพถ่ายขณะเริ่มทำการซ้อมว่ายน้ำจืดกับบึงตะโก้เป็นครั้งแรก ผ่านอินสตาแกรม พร้อมเผยความรู้สึก และรายละเอียดแนบมากับแคปชั่นใต้โพสต์ว่า “ซ้อมกับบึงตะโก้ครั้งแรก และได้มีโอกาสฝึกว่ายเพื่อดูแลเพื่อนๆ ที่อยากจะมาร่วมว่ายด้วย มีความสุขมากครับ 🙂

ระยะทางวันนี้ 1,650 ม. จากระยะจริง 15,000 ม. ยังห่างไกล แต่เราจะพัฒนาขึ้นในทุกวันครับ เหลือเวลา อีก 14 วัน จะได้เห็นว่า แม่น้ำโขง ที่นครพนม และท่าแขก สวยงามขนาดไหน จากน้ำใจ รอยยิ้ม ของคนไทย และคนลาวทุกคนครับ” โตโน่โผล่คอมเมนต์? เจอคำถาม จะว่ายข้ามแม่น้ำโขง ขออนุญาตหรือยัง มีประเด็นให้เกาะติดกันอย่างต่อเนื่อง สำหรับโปรเจกต์แห่งความตั้งใจของ โตโน่ภาคินคำวิลัยศักดิ์ศิลปินหนุ่มชื่อดัง วัย 36 ปี กับการตัดสินใจว่ายน้ำข้ามแม่น้ำโขงเพื่อระดมทุนหาเงินบริจาคช่วยโรงพยาบาลที่ขาดแคลน

ซึ่งก็รวมถึงกรณีล่าสุด! หลังมีชาวเน็ตรายหนึ่งเข้ามาคอมเมนต์ถามไถ่รายละเอียดของการว่ายน้ำในครั้งนี้ด้วยความเป็นห่วง ผ่านอินสตาแกรม ว่า “จากอดีตเอกอัคราช​ฑูต​ลาวฝากมานะคะโน่ #ไม่ไหวอย่าฝืนนะคะ เป็นห่วงน้องเสมอค่ะ ผมสงสัยนิดเดียวนะครับโตโน่ คุณได้ประสานขออนุญาตในการว่ายข้ามโขงไปยัง สปป.ลาว หรือยัง เพราะแม่น้ำโขงเป็นพรมแดนระหว่างประเทศที่ต้องมีการเข้าออกผ่านพรมแดนให้ถูกต้องตามกฏหมายระหว่างประเทศ เป๊ปยกย่อง

การว่ายข้ามโขงโดยไม่แจ้งขออนุญาตเข้าเมืองให้ถูกต้อง ถือว่าเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย หรือ ล้ำพรมแดนนะครับ ซึ่งถ้าหากทางการลาวเข้าไม่เล่นด้วย คุณก็ข้ามไปเขตสปป.ลาวไม่ได้นะครับ ผมเตือนมาด้วยความเป็นห่วงจริงๆ เพราะมันอาจกลายเป็นกรณีระหว่างประเทศโดยใช่เหตุครับ” และจากคำถามดังกล่าวนี้เอง ทางด้านของ โตโน่ภาคินก็ได้ตอบกลับข้อสงสัยดังกล่าว พร้อมทั้งระบุรายละเอียดเรื่องการประสานงานระหว่างสองประเทศเอาไว้อย่างชัดเจนว่า

“ประสานสิครับพี่ กิจกรรมนี้ช่วยกันทั้ง 2 ประเทศเลยครับ แล้วทางลาวก็ให้ความร่วมมือดีมาก ทั้งเจ้าแขวง คุณหมอ คุณพยาบาล ที่พาเราไปดูว่าเค้าอยากได้เครื่องมืออะไรบ้าง (โดยเฉพาะ เครื่องอัลตร้าซาวด์ อันนี้ผมอยากช่วยเค้าให้ได้มากๆ ผมสงสารผู้หญิงที่ท้องครับ) ขอบคุณที่เป็นห่วงนะครับ มาช่วยกันลงมือทำกันนะ”

ยืนยันเจตนารมณ์ “ผู้จัดการส่วนตัว” โพสต์เรื่องเล่าจากใจผู้จัดงานถึงโตโน่

เดินหน้าต่อหวังเปลี่ยนความห่วงใยเป็นแรงสนับสนุน หลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์สนั่นโซเชียล สำหรับกรณีที่นักร้องหนุ่ม โตโน่ภาคินคำวิลัยศักดิ์เตรียมว่ายน้ำข้ามแม่น้ำโขงไปกลับไทย-ลาว 15 กิโลเมตร ในวันที่ 22 ต.ค. นี้ เพื่อระดมทุนช่วยเหลือเครื่องมือแพทย์ ให้กับโรงพยาบาลไทย-ลาว ซึ่งหลายๆ คน รวมถึงคนในวงการบันเทิง อย่าง ยุ้ย ญาติเยอะ และเพื่อนสนิท อย่าง หมอริท เรืองฤทธิ์ ได้ออกมาแสดงความเป็นห่วง

เนื่องจากในช่วงนี้มีกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากเพราะมีพายุเข้าหลายลูก ขณะที่ โตโน่ยังคงยืนกรานว่า “คุณหมอ พยาบาล เสี่ยงกว่าผมหลายเท่า สิ่งที่เขาทำงานอยู่ ถ้าเกิดว่าอันตราย มันลงไม่ได้ มันเสี่ยงกับทุกๆ คน เราไม่ทำอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นสภาพร่างกายของผมพร้อมหรือไม่พร้อม ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศดีหรือไม่ดี ผมว่านั่นเป็นข้ออ้าง ในการที่เราจะทำหรือไม่ทำ มันสำคัญตรงนั้น” วิเคราะห์บอล

ล่าสุด คุณเมย์ ซึ่งเป็นผู้จัดการส่วนตัวของนักร้องหนุ่ม ได้นำข้อความของผู้ดำเนินการจัดกิจกรรมครั้งนี้ มาโพสต์ในอินสตาแกรม โดยมีข้อความดังนี้ จากใจพี่กฤษณ ผู้ดำเนินการจัดกิจกรรม เรื่องเล่าถึง โตโน่ผมเพิ่งวางสายกับ ผจก.โตโน่ ถามว่าเป็นไงบ้าง ในกระแสอันเชี่ยวกรากที่ออกมาแสดงความเห็นกัน ทางโน้นตอบอย่างหนักแน่นว่าสู้… วันนี้ผมในฐานะทีมงาน มีเรื่องอยากเล่าให้ทุกคนฟัง

  1. “พี่ครับ ผมก็ไม่รู้ว่าจะหาสปอนเซอร์มาช่วยค่าจัดงานได้ไหม ถ้าไม่ได้ ผมก็จะจ่ายค่าจัดงานเอง ผมมีเงินทุนเท่านี้ครับ” นี่คือบทสนทนาในคืนหนึ่งที่เรานั่งคุยกัน น้องเริ่มต้นด้วยความพร้อม พร้อมที่จะจ่ายค่าจัดงานด้วยตัวเอง พร้อมที่จะออกแรงในการว่าย โดยจะไม่หัก คชจ.จากเงินบริจาค ผมถามกลับไปว่า ถ้าโน่จะออกเงินขนาดนี้ ทำไมไม่เอาไปบริจาคเลย น้องบอกว่า “ผมคิดว่าผมเป็นจุดเริ่มต้นเพื่อระดมพลังของผู้คนมาช่วยกันน่าจะได้พลังที่ยิ่งใหญ่กว่า” นี่คือศรัทธาที่โตโน่ตั้งใจจริงๆ และผมก็อยากให้ทุกคนมองผ่านเรื่องการว่ายน้ำไปถึงความตั้งใจในการ “ให้” ซึ่งคือวัตถุประสงค์ที่แท้จริงครับ
  2. “ถ้ามันอันตราย..ก็ไม่ลงครับ” บทสรุปของโตโน่จากรายการโหนกระแส ผมอยากเล่าทุกคนฟังถึงการเตรียมงานว่าการว่ายน้ำครั้งนี้ เบื้องหลังนั้นมีผู้เชี่ยวชาญมากมาย ที่เราไม่ได้ไปกวนเขา แต่เขามาช่วยกันด้วยศรัทธา และที่นครพนมมีการจัดงานลงว่ายน้ำในแม่น้ำโขงอยู่แล้ว มีชมรมนกเป็ดน้ำที่ลงว่ายในแม่น้ำโขงทุกวัน มีทีม นรข.ผู้เชี่ยวชาญด้านแม่น้ำโขง แผนการว่ายมีการวางแผนอย่างดี ผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำใกล้ชิดร่วมกับทีมโค้ชว่ายน้ำที่จะร่วมว่ายกับโตโน่ วางแผนร่วมกันทั้งเรื่องเส้นทาง เรื่องกระแสน้ำ จุดหยุดพักกลางน้ำ และการประเมินความเสี่ยงก่อนวันว่าย โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของทุกคนเป็นหลัก ไม่ได้ทำกันผ่านๆ เหมือนที่หลายคนเขียนแสดงความเห็นว่าเรามักง่าย ผมอยากบอกด้วยความเห็นส่วนตัวของผมว่า ถ้ามันอันตรายเกินไปต้องมีผู้เชี่ยวชาญตัวจริงในพื้นที่ออกโรงค้านแน่นอน และอยากยืนยันว่า การว่ายน้ำครั้งนี้ได้ประเมินร่วมกันแล้วว่า “เป็นไปได้” และมีสำรองแผนความปลอดภัยอย่างรัดกุมครับ กำลังหลักที่ต้องการคือกำลังของโตโน่ และกำลังใจจากทุกคนที่จะสนับสนุนคนดีให้มีแรงใจสร้างสิ่งดีเพื่อสังคมครับ

วันนี้น้องยังมีพลังใจอย่างเต็มเปี่ยม เราขอบคุณทุกความเห็นที่แสดงความเป็นห่วง ผมจึงขอชี้แจงในฐานะทีมงานว่าเราจะให้ความสำคัญกับทุกความปลอดภัย และอยากเชิญชวนทุกคนแปรความเป็นห่วงมาเป็นแรงสนับสนุนเพื่อสร้างรอยยิ้มให้กับผู้ป่วยทั้งสองโรงพยาบาลได้มีอุปกรณ์การแพทย์ที่ดี” ผมเองทำอีเวนต์มายี่สิบปี มองได้ทะลุปรุโปร่งว่าใครแท้ใครเทียม อยากยืนยันว่าหัวใจโตโน่นั้นตั้งใจทำเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมจริงๆ

ขอให้เชื่อมั่นและมาช่วยกันนะครับ ขอบคุณจากใจ จากนั้นหนุ่ม โตโน่ยังได้อัปเดตความเคลื่อนไหว ผ่านอินสตาแกรม @มูโตโน่29 ล่าสุด ด้วยการโพสต์ภาพซ้อมว่ายน้ำในสระ พร้อมแคปชั่นว่า พรุ่งนี้จะได้เริ่มซ้อมกับน้ำจืดในบึงครั้งแรก ส่วนวันนี้จะเอาเงินติ๊บจากคอนเสิร์ตเมื่อคืนไปสมทบซื้อเครื่องมือแพทย์เพิ่ม เหลืออีก 15 วัน ยอดบริจาค 1,602,691 บาทแล้ว รักนะครับ เดี๋ยวมาอัพเดท ให้ทุกคนฟังกันนะครับ

โตโน่โดนตัวต่อต่อยก่อนว่ายข้ามโขง คิดบวกแค่มาทักทาย หมอเห็นแผลยังตกใจเดินหน้าต่อ

ทำเอาแฟนๆ ต่างเป็นห่วงกันเป็นแถว สำหรับนักแสดงหนุ่ม โตโน่ภาคินคำวิลัยศักดิ์หลังถูกตัวต่อต่อยขณะไปร่วมห่มผ้าพระธาตุศรีโคดตะบอง สปป.ลาว ล่าสุด โตโน่ภาคินก็ได้ออกมาเปิดใจให้ฟังถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า “ก็โดนต่อต่อย (หัวเราะ) ตอนนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นคิดไปในทางที่ดีหมดเลยครับ ตอนที่โดนต่อยก็เจ็บครับ ก็คิดในใจว่าถ้ามาทักทาย ถ้ามาช่วยผมก็ขอให้แผลหายภายในวันเดียว ก็หายครับ ไม่มีอาการอะไร มีแค่รอย โดนไป 3 จุดพอดี”

“เหตุการณ์ตอนนั้นกำลังจะห่มผ้าพระธาตุศรีโคดตะบอง แล้วพอดีมีรังต่ออยู่แถวพระธาตุ แต่ก็โชคดีที่พอพวกเขายกโขยงมาต่อย 3 จุดแล้วเขาก็บินกลับไป ก็ถือว่ามาทำความรู้จักกันครับ (หัวเราะ) ” เราโดนต่อยอยู่คนเดียว? “ตอนนั้นก็ตกใจนะครับ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด พอโดนต่อยแล้วเราไม่อยากถอย เราอยากจะห่มให้ครบรอบพระธาตุก็ทำจนเสร็จ ก็คิดในใจว่าเขาอาจจะมาเตือนผม หมายถึงถ้ามันเป็นเรื่องที่มองไม่เห็น ก็ให้แสดงออกมา

แผลก็โอเค คุณหมอก็ตกใจเพราะบางคนเป็นหนัก แต่ว่าเราไม่เป็นอะไรเลย ก็ดีใจครับ ไม่แพ้ไม่เป็นอะไรเลย” พอเจอเหตุการณ์แบบนี้ทำให้มีความเชื่อมากขึ้นไหม? “อย่างที่บอกครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรตอนนี้ ถือว่าเป็นเรื่องบวกหมดเลย ผมคิดบวกหมดเลย ผมถือว่าเขามาทักทายครับ จะมองเป็นเรื่องธรรมชาติผมโดนต่อยก็แค่นั้นเองครับ แต่ถ้าจะเป็นเรื่องของกำลังใจก็คิดอย่างเดียวว่าเราอยากจะช่วยคุณหมอพยาบาลของทั้งฝั่งไทยและฝั่งลาว”

ความพร้อมตอนนี้หลังจากไปประชุมมาเป็นยังไงบ้าง? “ใจอยากช่วยครับ แต่ว่าร่างกายคงต้องให้เวลายังอีกไกลมากเลยครับกว่าจะถึงเป้าทั้งหมด 15,000 เมตร เราซ้อมได้วันละ 1,000 กว่าเมตรก็เพลียเหมือนกัน เรายังมีเวลาอีก 30 กว่าวัน ทุกวันมีความหมายมาก อยากซ้อมแต่บางวันต้องไปเล่นคอนเสิร์ต บางวันก็ต้องมางาน ก็จะเหลือเวลาน้อยลง จะพยายามทำให้ดีที่สุดครับ ผมเป็นแค่ตัวเชื่อมครับ แต่เราจะช่วยคุณหมอคุณพยาบาลได้มากน้อยขนาดไหนอยู่ที่ทุกคน คนละ 5 บาท 10 บาท”

You may have missed