กำลังเต็มสูบ

กำลังเต็มสูบ บุกไปเก็บชัยชนะได้อย่างสบายเกือก

กำลังเต็มสูบ เพื่อเป็นการยืดเส้นยืดสาย แต่เขายังคงใช้ขุมกำลังหลักในแมตช์นี้

กำลังเต็มสูบ แมตช์นี้เกมจบลงตั้งแต่นาทีที่ 6 เมื่อ เอดินสัน คาวานี่ ซัดประตูให้ “ผีแดง” นำ 1-0 สกอร์รวมสองนัดเพิ่มเป็น 3-0 และหลังจากนั้นเจ้าบ้านก็ผ่อนเกม ขณะที่ผู้มาเยือนก็ไม่สามารถสร้างความหวาดเสียวได้เลย จนกระทั่งนาทีที่ 90 เฆซุส บาเยโฆ่ โหม่งเข้าประตูตัวเอง

ส่งให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะไปด้วยสกอร์ 2-0 ซึ่งเป็นสกอร์เดียวกับในเลกแรกโอเล่ กุนนาร์โซล ชาผู้จัดการทีมชาวนอร์เวย์ นำ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เข้าสู่รอบรองชนะเลิศครั้งที่ 5 หลังจากชนะ กรานาด้า สบายเกือก 2-0 ในเกมนัด 2 ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ศึกยูฟ่า ยูโรปา ลีก รวม 2 นัด

ชนะสบายๆ 4-0 สำหรับภารกิจต่อไปของ “เร้ด เดวิลส์” ก็คือการปะทะกับ “หมาป่าเหลืองแดง” โรม่า
โดยงานนี้โซล ชามีลุ้นที่จะนำ แมนยู เข้ารอบชิงชนะเลิศเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่เขาเข้ามากุมบังเหียน และหากทำสำเร็จความฝันที่จะได้โทรฟี่แชมป์ไปประดับตู้โชว์ของสโมสรก็มีโอกาสเลยทีเดียว

1. โทรฟี่แชมป์แรกของโซล ชาอยู่แค่เอื้อม

การได้ผ่านเข้ารอบตัดเชือก 4 ครั้งก่อนหน้านี้ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในยุค โอเล่กุนนาร์โซล ชาหากมองมุมหนึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยม แต่หากมองอีกมุมมันแสดงให้เห็นว่า “ผีแดง” ยังขาดหัวใจและจิตวิญญาณแห่งแชมป์

สำหรับการได้เข้ารอบตัดเชือกครั้งที่ 5 ถือเป็นการแก้ตัวของโซล ชาอีกครั้ง แม้ว่าคู่แข่งจะเป็น โรม่า ก็ตาม แต่ด้วยชื่อชั้นและขุมกำลังของ “ปีศาจแดง” ต้องบอกว่าเหนือกว่าทัพ “หมาป่าเหลืองแดง” ฉะนั้นนี่จึงเป็นโอกาสดีมากๆ ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด

จะได้สัมผัสกับคำว่า “นัดชิง” เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่ นายใหญ่ชาวนอร์เวย์ เข้ามากุมบังเหียนแม้ก่อนหน้านี้โซล ชาออกมาพูดว่าการคว้า “แชมป์” ไม่สำคัญเท่ากับ “พัฒนาการที่ดี” ของทีม แต่อย่าลืมว่าโทรฟี่แชมป์ถือเป็นเครื่องการันตีโอกาส

ที่จะทำให้เขาได้สานต่อความฝันในการนำแมนยู คืนสู่ความยิ่งใหญ่ทั้งบนแผ่นดินอังกฤษ และในเวทียุโรปดังนั้นถ้วยแชมป์ใบแรกของโซล ชาในฤดูกาลนี้มีความสำคัญอย่างมาก แม้เขาจะนำทีมคว้าตั๋วไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็ตามแต่หากไม่สามารถนำแชมป์เข้ามาประดับตู้โชว์ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด อนาคตของ “น้าลูกอม” ก็มีสั่นคลอนแน่นอน

2.จัดขุมกำลังเต็มสูบเพื่อเผด็จศึก

ด้วยการที่เกมแรกแมนฯยูไน เต็ดบุกไปเก็บชัยชนะได้อย่างสบายเกือก ทำให้โซล ชาสามารถเลือกใช้การโรเตชั่นนักเตะ และให้โอกาสพวกดาวรุ่งรวมทั้งแข้งสำรองได้ลงสนาม เพื่อเป็นการยืดเส้นยืดสาย

แต่เขายังคงใช้ขุมกำลังหลักในแมตช์นี้ การที่ทีมไม่ส่ง แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ และ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ลงสนามไม่ใช่เพราะต้องการพักพวกเขา แต่พอดีว่าผู้เล่นทั้ง 3 คนติดโทษแบนเนื่องจากได้ใบเหลืองครบโควต้า ส่วน มาร์คัส แรชฟอร์ด

กำลังเต็มสูบ

สภาพร่างกายยังไม่ฟิตสมบูรณ์เต็มร้อยลองคิดดูก็แล้วว่ากันสกอร์นำห่าง 2-0 แถมฟอร์มก็เหนือกว่าหลายขุมในเลกแรก แต่โซล ชายังคงจัดชุดใหญ่นำโดย บรูโน่ แฟร์นันด์ส, ปอล ป็อกบา และ เมสัน กรีนวู้ด ลงสนามเป็นตัวจริงพร้อมกัน ก่อนที่ทั้งหมดจะโดนเปลี่ยนตัวออกในช่วงครึ่งหลัง

หลายคนอาจจะมองว่าโซล ชาใช้งาน บรูโน่ กับ ป็อกบา หนักเกินไปทั้งๆ ที่มีโอกาสที่จะพักเขาเพื่อจะได้มีเวลาในการฟื้นฟูร่างกาย และจะได้พร้อมสำหรับลงเล่นเกมลีกช่วงสุดสัปดาห์นี้ แต่จะว่าไปแล้วแมตช์นี้ทั้งสองคนก็ไม่ได้ทำงานหนักมากนัก

แถมเหมือนลงมายืดเส้นยืดสายมากกว่าหลังจากนั้นในครึ่งหลัง “น้าลูกอม” ประเมินคู่แข่งแล้วคงไม่มีปัญญาสร้างปัญหาให้กับทีมได้ ก็ค่อยเปลี่ยน ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ลงมาแทน ป็อกบา ตั้งแต่นาทีที่ 46 และถอด เพลย์เมกเกอร์ชาวโปรตุกีส ออกนาทีที่ 73 พร้อมให้โอกาส ฆวน มาต้า OhoZaa

ได้สัมผัสกลิ่นอายลูกหนังอีกครั้ง อย่างไรก็ตามที่น่าเสียดายก็คือทำไมโซล ชาถึงไม่เลือกใช้งาน อาหมัด ดิยัลโล่ ลงเล่นตัวจริง แถมกว่าจะให้เขาได้ลงสนามแทน เมสัน กรีนวู้ด ก็ปาเข้าไปนาทีที่ 82

ทำให้เจ้าหนูชาวไอวอรี่โคสต์ ไม่มีเวลาได้แสดงความมหัศจรรย์มากนัก

3.รอบตัดเชือกครั้งที่ 5 กับความท้าทายที่แท้จริง

ในยุคของ โอเล่ กุนนาร์โซล ชาต้องยอมรับว่า แมนฯ ยูไน เต็ดค่อยๆ มีพัฒนาการในการเล่นดีขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะการที่เขาสามารถนำสโมสรผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้เป็นครั้งที่ 5 ในรอบ 2 ซีซั่นถือว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตามโซล ชายังไม่สามารถสร้างเหตุการณ์สำคัญให้กับ “ผีแดง” ได้เลย เนื่องจาก 4 ครั้งแรกพวกเขาต้องล้มเหลวในรอบตัดเชือก เนื่องจากโดนคู่แข่งเขี่ยตกรอบเรียบวุธ ซึ่งแน่นอนว่าการเข้ารอบตัดเชือกครั้งนี้ “น้าลูกอม”

จะอ้างว่าทีมไร้ประสบการณ์ไม่ได้อีกล้ว “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สร้างบาดแผลช้ำให้กับพวกเขาถึง 2 ครั้ง (รอบรองฯ คาราบาว คัพ) ตามด้วย “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี (รอบรองฯ เกม เอฟเอ คัพ) และตบท้ายด้วย เซบีย่า (รอบรองฯ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก) ฉะนั้นในการพบ “หมาป่าเหลืองแดง” กำลังเต็มสูบ

กำลังเต็มสูบ

โรม่า ในรอบตัดเชือก ฟุตบอลถ้วยใบเล็กยุโรป มีความสำคัญอย่างมาก และยังเป็นความท้าทายที่แท้จริงของ แมนเชสเตอร์ยูไน เต็ดด้วย เพราะหากทีมล้มเหลวในการเข้ารอบชิงชนะเลิศอีกครั้ง งานนี้หลายคนคงชักเริ่มสงสัยในฝีมือของโซล ชา

มากยิ่งขึ้นยิ่งไปกว่านั้นการพบกับทัพ “จัลโร่รอสซี่” แมนฯยู ไนเต็ดจะได้ดวลกับศิษย์เก่าอย่าง เฮนริค มคิทาร์ยาน และ คริส สมอลลิ่ง ซึ่งหากทั้งสองคนไม่มีปัญหาเรื่องสภาพความฟิต พวกเขาจะได้หวนกลับมาสู่ถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด อีกครั้ง แต่ในฐานะคู่แข่ง ที่อาจจะทำให้สาวก “เร้ด อาร์มี่” ต้องน้ำตาไหลก็ได้ https://ohozaa.com