พลพรรคดาบคู่

พลพรรคดาบคู่ โรคร้ายทีมน้อง ใหม่ในโลกฟุตบอล

พลพรรคดาบคู่ ทำให้แม้ตามหลักทฤษฎี ก็ถือว่าตายสนิท

พลพรรคดาบคู่ เมื่อเอ่ยถึงทีมหน้าใหม่พรีเมียร์ลีกในแต่ละฤดูกาล ส่วนมากแล้วชื่อพวกเขามักจมอยู่ครึ่งล่างของตาราง ขับเคี่ยวกันเพื่อหนีพื้นที่สีแดง และทำทุกวิถีทางเพื่อสูดอากาศหายใจบนลีกสูงสุดของประเทศให้ได้นานที่สุดในเวลาเดียวกัน

น้องใหม่เหล่านี้ก็ทำให้ยักษ์ใหญ่หัวตารางสั่นสะเทือนได้เช่นกัน โดยช่วงเวลา 3 ฤดูกาลหลังสุดนั้น วูลฟ์แฮมป์ตัน สามารถขึ้นมาจบอันดับ 7 คว้าตั๋วไป ยูโรปา ลีก ได้ตั้งแต่ปีแรกที่เลื่อนชั้นในฤดูกาล 2018-19 ตามด้วย เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่จบห่างจากพื้นที่บอลยุโรปเพียง 5 แต้ม

ในฤดูกาล 2019-20 และ ลีดส์ ยูไนเต็ด ผู้บุกไปคว่ำจ่าฝูง “เรือใบสีฟ้า” ถึงถิ่น พร้อมยังมีลุ้นไปเตะรายการใหม่ของยูฟ่า อย่าง คอนเฟอเรนซ์ ลีก อยู่ด้วยหากย้อนไปไกลกว่านั้น อิปสวิช ทาวน์ เคยคว้าอันดับ 5 ของพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2000-01 ได้ไปเล่น ยูฟ่า คัพ (ณ เวลานั้น)

โดยห่างจากพื้นที่ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก เพียงแค่ 3 แต้ม เบอร์มิงแฮม ซิตี้ เลื่อนชั้นขึ้นมาในฤดูกาล 2009-10 ขึ้นไปจบที่อันดับ 9 และคว้าแชมป์ลีก คัพ ด้วยการพลิกชนะอาร์เซน่อล 2-1 เพียงหนึ่งซีซั่นให้หลัง ทั้งคู่ต่างดูเหมือนน้องใหม่ผู้ที่เพียบพร้อม

พลพรรคดาบคู่

กับการเป็นขาประจำในลีกสูงสุดของประเทศแล้วแต่สิ่งที่ทั้งสองทีมเหมือนกัน คือหล่นจากพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลที่สอง และยังคงไม่หวนคืนกลับมาอีกเลย โดยเชฟ ฟิลด์ยู ไนเต็ดกำลังจะตามรอยตำนานเหล่านี้ไป ทว่าไม่มีใครทราบชะตากรรมหลังจากนี้ ว่าพลพรรค “ดาบคู่”

จะกลับมาได้ช้าเร็วเพียงใดหากย้อนไปปีที่แล้ว ทับ “ดาบคู่” เข้าป้ายอันดับ 9 ในลีก โดยไม่เคยหล่นไปสัมผัสครึ่งล่างของตารางเลยตั้งแต่นัดที่ 9 และกุนซือ คริส ไวล์เดอร์ ยังได้รับรางวัลผู้จัดการทีมแห่งปี 2019 จากสมาคมผู้จัดการที แซงหน้าทั้ง เป๊ป กวาร์ดิโอลา และ เยอร์เกน คล็อปป์

พร้อมได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงผู้จัดการทีมแห่งปีของพรีเมียร์ลีกอีกด้วยทั้ง อิปสวิช ทาวน์ และ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ คือตัวอย่างสโมสรผู้เผชิญชะตากรรมเดียวกันกับเชฟ ฟิลด์ยูไน เต็ดนี่คือโรคร้ายตามหลอนทีมเพิ่งเลื่อนชั้น หรือแค่ปัจจัยภายนอกของผู้แข็งแกร่งไม่พอกันแน่ จะพาท่านไปหาคำตอบกัน OhoZaa

เส้นทางสู่ความอยู่รอด การไต่เต้าขึ้นมาสู่ลีกสูงสุด ของประเทศได้สำเร็จ

นอกจากได้แสดงศักยภาพสโมสรออกสู่สายตาชาวโลก ยังเป็นช่วงเวลาเก็บเกี่ยวค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด และรายได้ต่าง ๆ ที่ทำให้แมตช์เพลย์ออฟขึ้นสู่พรีเมียร์ลีก สามารถทำเงินให้ผู้ชนะได้ยิ่งกว่าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เสียอีกเพื่อเอาตัวรอดในสังเวียนที่รวบรวม 20

สุดยอดสโมสรแห่งเกาะอังกฤษนี้ แต่ละทีมมีทางออกต่างกัน บ้างเสริมทัพเต็มที่ ถลุงทุนที่ได้รับมาอย่างไม่อั้น ทั้งจากพรีเมียร์ลีกและเจ้าของสโมสรกระเป๋าหนัก อย่างเช่น ฟูแล่ม ในฤดูกาล 2018-19 ที่ซื้อและยืมตัวรวมมากกว่า 100 ล้านปอนด์ และ แอสตัน วิลลา ผู้จับจ่ายใช้สอยไป 144.5 ล้านปอนด์

เมื่อเลื่อนชั้นกลับมาหนึ่งปีให้หลังทีม “เจ้าสัวน้อย”ในทางกลับกัน บางสโมสรเลือกใช้การบริหารทรัพยากรด้วยความประหยัด คงสภาพผู้เล่นชุดเดิม เสริมเท่าที่จำเป็น เน้นตัวฟรีและตัวยืม โดยตัวอย่างที่ชัดสุดคงไม่พ้น นอริช ซิตี้ ที่เลื่อนชั้นขึ้นมาพร้อมกับ แอสตัน วิลลา

ทว่ากลับสูญทรัพย์กับการซื้อนักเตะไปแค่ 1.1 ล้านปอนด์ ในการดึงตัว แซม บายรัม กับ แดเนียล แอดชีด เข้าสู่ทีมไม่ว่าจะดำเนินด้วยวิธีการใด เป้าหมายของสโมสรน้องใหม่เหล่านี้ย่อมมีเหมือนกัน คือการเอาตัวรอดให้ได้ ตามสถิติ มีแค่ เวสต์แฮมยูไน เต็ดในฤดูกาล 2002-03 ทีมเดียว

ที่จบฤดูกาลด้วยการมี 42 แต้มแล้วตกชั้น และตามค่าเฉลี่ย การคว้าอย่างน้อย 37 คะแนน ก็เพียงพอต่อลมหายใจบนพรีเมียร์มาแล้ว 18 ใน 25 หนแต่ทีนี้ ทำไมบางสโมสรถึงสามารถโชว์ผลงานได้เป็นอย่างดีในปีแรกบนพรีเมียร์ลีก ก่อนจะร่วงตกชั้นอย่างน้อยใจหายในปีถัดไปได้เป็นตัวละครลับ พลพรรคดาบคู่

ทีมที่เลื่อนชั้นขึ้นมา แบ่งประเภทได้คร่าว ๆ คือพวกหน้าคุ้น เพิ่งตกชั้นไปไม่กี่ฤดูกาล มีขุมกำลังพลดีพอฟัดพอเหวี่ยงได้ หรือบรรดา “โยโย่ ทีม” สโมสรฟอร์มแรงเกินกว่าจะลงเล่นในแชมเปียนชิพ แต่ดีไม่พอจะยืนระยะบนพรีเมียร์ลีกได้ สองจำพวกนี้มักสุ่มเสี่ยงต่อการตกชั้น

พลพรรคดาบคู่

หรือวนเวียนอยู่โซนท้ายตารางเป็นส่วนมากของซีซั่นแต่กับทีมที่หายตัวไปนาน หรือไม่เคยขึ้นมาเล่นพรีเมียร์ลีกเลย พวกเขามักทำเซอร์ไพรส์ได้อยู่เสมอ ดั่งเช่นเชฟ ฟิลด์ยูไน เต็ดผู้เดบิวต์ฤดูกาลแรก ด้วยการพลาดพื้นที่บอลยุโรปไปแค่ 5 แต้ม

จากการโชว์ฟอร์มอันน่าประทับใจโดยขุนพลของ คริส ไวล์เดอร์ นำโดย ดีน เฮนเดอร์สัน, คริส บาแชม, จอห์น ลุนสตรัม, รีส มุสเซตต์, และ โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่ ทีม “ดาบคู่” สามารถเอาชนะทั้ง เชลซี, อาร์เซนอล, ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์, พร้อมยันเสมอ แมนเชสเตอร์ยูไน เต็ดได้ด้วยการที่ทีมหน้าใหม่

เหล่านี้ ไม่เคยพบกับสโมสรเจ้าประจำของพรีเมียร์ลีก ย่อมทำให้การเก็บข้อมูล รับมือกับวิธีการเล่นของพวกเขา เป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น ซึ่งการคาดเดาไม่ได้เหล่านี้ ก็เป็นจุดเด่นที่ทำให้เชฟ ฟิลด์ยู ไน เต็ดยึดครึ่งบนตารางอย่างเหนียวแน่นเกือบ 30 นัดด้วยกัน  |  https://ohozaa.com