เพราะเหตุใด ‘วงการบันเทิงจีน’ สะเทือน เมื่อ ‘จีน’ จัดระบบสังคม

เพราะเหตุใด

เพราะเหตุใด รัฐบาลจีนถึงจัดระบบวงการบันเทิงจีน ได้อย่างเบ็ดเสร็จ รวมทั้งการ “ล่าจนสุด” ในหัวข้อการหนี-เลี่ยงภาษี ที่บางประเทศทำไม่ได้

เพราะเหตุใด วงการบันเทิงจีนสะเทือนอย่างแท้จริง เพราะ รัฐบาลจีนเอาจริงเอาจัง จนถึงทำให้นักแสดง ผู้แสดงหลาย ๆ คนที่เป็นผู้มีอำนาจของจีนโดนจัดระบบอย่างมาก ไม่ใช่แค่เรื่อง “ภาษี หรือ ความรับผิดชอบด้านสังคม” ของตัวศิลปินนักแสดงเองแค่นั้น แต่ว่ายังรวมถึง “แฟน ๆ ” ของศิลปินคนมีชื่อเสียงอีกด้วย การจัดการของรัฐบาลจีน

เมื่อ “นักแสดงจีน” เลี่ยงภาษี “เจิ้ง ส่วง” นางเอกสาวชาวจีนที่เลื่องลือจากซีรี่ส์ “รักใสใสหัวใจสี่ดวง” เวอร์ชั่นจีนแผ่นดินใหญ่ กลับมาเป็นข่าวดังทั้งยังในจีนและก็ทั่วทั้งโลกอีกที ในหัวข้อ “หลบหลีกภาษี” กระทั่งโดนค่าเสียหายมากยิ่งกว่า 299 ล้านหยวน (ราว 1,500 ล้านบาท) ภายหลังเมื่อต้นปี 2564 ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา เจิ้ง ส่วง มีข่าวสารด้านลบกระทั่งทำให้เกียรติศักดิ์และก็ผลงานหาย

จากการที่ “จาง เหิง” โปรดิวเซอร์ชายหนุ่มซึ่งเป็นคู่รักเก่า ได้ออกมาเปิดโปงว่า เธอบังคับให้เขาทิ้งเด็กทารก 2 คน ที่เกิดขึ้นมาจากการอุ้มบุญในอเมริกา เพียงแค่ด้วยเหตุว่าทั้งสองเลิกรากัน ซึ่งจางเหิงมิได้ทำแบบนางเอกจีนคนนี้ปรารถนา เมื่อข่าวสารฉาวนี้ออกมา ทำให้มีอาการชาคำพูดนมีความสนใจเป็นอย่างยิ่ง กระแสนี้เป็นไปในทางลบ ทีละขั้นตอน

จนกระทั่งทำให้ ปราด้าแบรนด์แฟชั่นมีชื่อตกลงใจยกเลิกคำสัญญาร่วมงานกับเจิ้งส่วง ในขณะที่เพิ่งจะแต่งให้เป็น “แบรนด์แอมบาสเดอร์” ได้เพียง 9 วัน เพียงแค่นั้น สำนักบริหารธุรกิจการค้าภาษีแห่งชาติจีน (การบริหารภาษีของรัฐ) กล่าวมาว่า จางเหิงคู่รักเก่าของเจิ้งส่วง เป็นคนร่วมมือกับทางการจีนสำหรับในการแจ้งเค้าเงื่อนหัวข้อการเลี่ยงภาษีของเจิ้งส่วง

หัวข้อของเจิ้งส่วง ทำให้หวนนึกถึงกรณีคล้ายคลึงกันเมื่อปี 2561 ในกรณีของ “ฟ่าน ปิงปิง”

เพราะเหตุใดอีกหนึ่งนางเอกสาวจีนที่ดังระดับนานาชาติ นับว่าเป็นเบอร์หนึ่งในจีนเวลานี้ก็ว่าได้ แม้กระนั้นวันหนึ่งเรื่องราวของฟ่านปิงปิงถูกเผยแพร่ออกมาว่า พันพัวกับสัญญาว่าจ้างงานแบบหยินหยางเป็นข้อตกลงที่ทำเลียนแบบขึ้นมา โดยใส่รายได้ที่น้อยกว่าความจริง เพื่อการหลีกเลี่ยงภาษี ซึ่งเป็นชนิดเดียวกับที่เจิ้งส่วงกำลังพบเจอปัจจุบันนี้ ที่น่าดึงดูดเป็นไม่ใช่แค่เรื่องเลี่ยงภาษี

แต่ว่าคือเรื่องของ “การจัดระเบียบทางสังคม รวมทั้งปลูกฝังความเป็นมนุษย์ดีตามมาตรฐานของจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แนวทางการทำเพื่อชาติ” แน่ ๆ ว่า การเลี่ยงภาษี ไม่ชำระเงินในส่วนที่เมืองจีนและก็ชาติควรจะได้ นับว่าเป็นเรื่องรุนแรงเป็นการรังควานชาติเข้าขั้นโกง ที่ในรอบสิบปีนี้ รัฐบาลจีนยกการปราบกินสินบนขึ้นมาเป็นหลักการและก็ผลงานหลัก พร้อมกันไปกับการโหมปลูกฝังชาตินิยมเยอะขึ้นอย่างสม่ำเสมอในสังคมจีน

ในปีเดียวกันกับที่กระแสแง่ลบของฟ่านปิงปิงลุกโหมดังเปลวไฟพร้อมทั้งการสูญหายไปเฉย ๆ แบบไม่มีร่องรอยยาวนานหลายเดือนของนางเอกระดับตัวแม่ ฟ่านปิงปิงทางสถาบันวิจัยทางด้านสังคมแห่งชาติจีนรวมทั้งมหาวิทยาลัยครุศาสตร์ปักกิ่ง ที่ทำศึกษาค้นคว้าด้วยกัน ได้เปิดเผยคะแนน ‘ความรับผิดชอบต่อสังคม’ ของศิลปิน นักแสดง นักร้องแล้วก็เหล่าคนที่ใคร ๆ ก็รู้จักคนจีน วิเคราะห์บอล

รวมประเทศฮ่องกงและก็ไต้หวัน รายปี พุทธศักราช 2560 – 2561 ภายใต้กฏเกณฑ์การให้แต้มจาก 3 ส่วนประกอบหลัก เช่น ผลงานที่ออกมา ความประพฤติปฏิบัติเพื่อการกุศล รวมทั้งความซื่อของตัวบุคคลนั้น อย่างที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ ทางรัฐบาลจีนได้ปลูกฝังความเป็น ชาตินิยม แก่ประชากรในชาติมากยิ่งขึ้นผ่านแนวทางรวมทั้งสื่อต่าง ๆ ซึ่งการ “เลี่ยงภาษี” ถือว่าเป็นการขาดความรับผิดชอบต่อสังคมจีนแล้วก็แผ่นดินถิ่นเกิด

ก็เลยไม่น่าประหลาดใจที่ ฟ่านปิงปิงได้รับ 0 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน จากการจัดชั้นในปีนั้น มีข้อที่น่าสังเกตอยู่ข้อหนึ่งสำหรับเพื่อการจัดลำดับ มีเพียงแต่คนมีชื่อเสียงของจีนเพียงแค่ 9 คน ที่ผ่านกฏเกณฑ์ 60 คะแนนขึ้นไปของผู้มีความรับผิดชอบต่อสังคม เฉินหลง นักแสดงชื่อก้องโลก ที่เคยมีข่าวสารลบในรูปภาพจำของชาวจีนจากกรณีลูกชายของเขาพันพัวกับสิ่งเสพติด ก็อยู่สำหรับเพื่อการจัดลำดับ และก็ได้เพียงแค่ชั้นที่ 42 ด้วยคะแนน 38.10 สำหรับคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 29.9 คะแนน

เรื่องราวของฟ่านปิงปิงเมื่อ 3 ปีให้หลัง ลงเอยด้วยการออกสู่หน้าสื่ออีกที

โดยสารภาพการเช็ดกปรับแล้วก็จ่ายภาษีย้อนไป เป็นเงินโดยประมาณ 4,200 ล้านบาท กับโพสต์จดหมายขออภัยต่อสาธารณะชนผ่านเว่ยป๋อ เครือข่ายสังคมของจีน เมื่อปี 2562 ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ ฟ่านปิงปิง1 ปี สื่อปากเสียงทางการจีน เผยแพร่บทความ “นักแสดงระดับสตาร์ของจีน ขึ้นแท่นศิลปินรายได้อู้ฟู่ ติดอันดับระดับนานาชาติ” โดยกำหนดท็อป 3 ดังเช่นว่า ฟ่านปิงปิงฟันรายได้ 44 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพราะเหตุใด

ตามมาด้วย ทางหาน สมัยก่อนสมาชิกวงบอยแบนด์ประเทศเกาหลี เอ็กโซ 31 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้ง หยางมี่ นางเอกจีนระดับซุปเปอร์สตาร์อีกคน 29.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งยังเรื่องของเจิ้งส่วง และก็ฟ่านปิงปิง ทำให้บางทีอาจตั้งข้อสันนิษฐานได้ว่า การออกมาตรการควบคุม วงการบันเทิงจีน คนที่ใคร ๆ ก็รู้จัก เกี่ยวกับการเลี่ยงหลีกภาษี-การฉ้อฉลของรัฐบาลจีน เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดสำหรับการจัดระบบทางด้านสังคมอย่างแท้จริง

ซึ่งไม่ใช่แค่การปราบฉ้อราษฎร์บังหลวง การโกง การหลบหลีกภาษีเพียงแค่นั้น แม้กระนั้นยังรวมถึงถ้านักแสดงหรือคนมีชื่อเสียงคนจีนใครที่มีผลกระทบในวงกว้างต่อสังคมจีน ไปเกี่ยวหรือมีความประพฤติที่มีผลต่อภาพลักษณ์ของจีนก็จะได้รับการจัดกฎระเบียบไปด้วย ถ้าหาก รัฐบาลจีนคิดว่า เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี เขาพร้อมจัดระบบ ผมขอใช้คำว่า “ล่าจนกระทั่งสุด”

เป็นถ้าหากจีนจะจัดแจงไม่ว่าผ่านมานานเพียงใด หรือซุกซ่อนอะไรไว้ จีนสามารถค้นขึ้นมาได้หมด มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ เป็นต้นว่า “ปฏิบัติการล่าหมาจิ้งจอก” การปราบโกง ไล่ล่าเจ้าหน้าที่รัฐ-ข้าราชการ-บุคคลที่โกง ที่เกี่ยวข้องกับกินสินบนแล้วหนีไปที่ประเทศต่าง ๆ ให้กลับมาต้องโทษ ซึ่งเคยมีเคสข้าราชการภาครัฐของจีนหนีไปเมืองนอกจีน 10 กว่าปี

ในที่สุดก็ถูกจับกลับมา จากแบบอย่างนี้เป็นหลักฐานเกรดเอว่า “เพราะเหตุใดจีนจัดระบบได้อย่างเบ็ดเสร็จ แม้กระทั้งการหนี-เลี่ยงภาษี ที่บางประเทศยังทำไม่ได้” ข้อสมมติที่ผมตั้ง มิได้มโนขึ้นแบบลอยล่อง แต่ทว่ายังมีอีกหลายเคสของ ศิลปินจีน ที่โดนผลพวงจากการจัดกฎระเบียบดังที่ได้กล่าวมาแล้ว เอาเพียงแค่ในระยะเวลาใกล้ ๆ กับกรณีของ เจิ้ง ส่วง ก็มีให้มองเห็นคนจำนวนไม่น้อย

ดังเช่น กรณีของ “จ้าว เวย” หรือประเทศตะวันตกเรียก วิคกี้ จ้าว นางเอกจีนที่โด่งดังจากซีรี่ส์ย้อนยุค “องค์หญิงกำมะลอ” และก็ก้าวขึ้นมาเป็นนักธุรกิจที่เป็นผู้หญิงระดับมหาเศรษฐีจีน จากการลงทุนในหุ้นและก็อีกหลายธุรกิจ ที่ข้อมูลของเธอในโลกอินเตอร์เน็ต และก็ผลงานในวงการบันเทิงก่อนหน้านี้แทบทั้งสิ้น หายไปจากสารบบจีนเมื่อสิ้นเดือนเดือนสิงหาคม 2564 ก่อนหน้าที่ผ่านมา

ถึงแม้ว่ายังไม่มีเนื้อหาแจกแจงออกมาอย่างแจ่มแจ้งถึงต้นเหตุสำหรับการลบข้อมูลของ จ้าว เวย ออกไป แม้กระนั้นสื่อจีนเองคาดคะเนว่า ที่มาของเรื่องทั้งหมดทั้งปวงที่ทำให้จีนจับตาดูจ้าวเวยมาโดยตลอด รวมทั้งนำมาซึ่งการก่อให้เกิดการลบล้างข้อมูลทั้งผองของจ้าวเวยออกไปจากโลกอินเตอร์เน็ต เมื่อจีนดำเนินมาตรการ ชิงหล่าง

You may have missed