ให้สมชื่อผู้ดี

ให้สมชื่อผู้ดี “เซาธ์เกต” วอนแฟนบอลอังกฤษ หยุดโห่เพลงชาติอิตาลี

ให้สมชื่อผู้ดี นายใหญ่กลุ่มชาติอังกฤษ ออกโรงเรียกร้องแฟนบอลร่วมชาติให้เกียรติคู่แข่งขัน โดยไม่ส่งเสียงโห่ใส่เพลงชาติอิตาลี ในตอนก่อนเกมนัดชิงดำยูโร 2020

ให้สมชื่อผู้ดี ก่อนหน้านี้แปลงเป็นประเด็นดราม่าในหลายสนาม สำหรับการประกวดในศึกยูโร 2020 เมื่อมีแฟนบอลของกลุ่มเจ้าถิ่นหลายสนาม พากเพียรข่มขู่คู่แข่งขัน ด้วยการส่งเสียงโห่ระหว่างเคารพนับถือเพลงชาติ

แต่ปัจจุบัน เซาธ์เกต ได้ออกมาเรียกร้องให้แฟนบอลชาวกรุงผู้ดี ไม่สมควรแผดเสียงโห่ใส่นักฟุตบอลกลุ่มชาติอิตาลี ระหว่างที่ยืนเคารพนับถือเพลงชาติ เพราะว่านอกเหนือจากจะเป็นการไม่ให้เกียรติแล้ว ยังบางทีอาจเป็นการกระตุ้นให้กับคู่ปรปักษ์อีกด้วย

ให้สมชื่อผู้ดี

“มันเป็นสิ่งจำเป็นมากมาย ที่แฟนคลับของพวกเราจำเป็นต้องแสดงความนับถือต่อปรปักษ์ พวกเราทราบว่า เมื่อจะต้องออกไปเล่นเป็นกลุ่มเยี่ยม รวมทั้งแฟนบอลเจ้าถิ่นโห่ใส่เพลงชาติของพวกเรา มันบางทีอาจเป็นราวกับแรงผลักดันและก็แรงใจมากยิ่งกว่าเดิม” OhoZaa

“หากคุณต้องการขู่ฝั่งตรงข้าม คุณก็สามารถโห่พวกเขาระหว่างเกมได้ แต่ว่าการโห่เพลงชาติพวกเขา มันเกิดเรื่องแตกต่างอย่างสิ้นเชิง” เซาธ์เกต รายงานในงานแถลงข่าวก่อนเกม

ที่ปรึกษาสิงโตคำรามสารภาพแฮปปี้แบบสุดๆซึ่งสามารถนำกลุ่มไปสู่รอบชิงดำยูโร 2020 พร้อมทั้งมอบความสบายให้คนทั่วประเทศ นอกเหนือจากนั้นยังไม่ลืมเลือนให้เครดิตคู่แข่งว่า เป็นอีกหนึ่งกลุ่มแข็งของยุโรป

ความเคลื่อนไหวข้างหลังจบเกมยูโร 2020 รอบรองชนะเลิศ ซึ่ง “สิงโตขู่คำราม” กลุ่มชาติอังกฤษ เป็นฝ่ายเฉือนเอาชนะกลุ่มชาติเดนมาร์ก ไปได้ 2-1 โดยทัพโคนมได้ประตูขึ้นนำก่อน

จากฟรีคิกสุดเด็ดขาดของ มิคเกล ดามส์การ์ด ในตอนครึ่งชั่วโมงแรก แต่ว่าต่อไปเจ้าถิ่นเดินหน้าบุกอย่างมาก รวมทั้งทวงคืน 2 ประตูรวดจากกระบวนการทำเข้าประตูตนเองของ ซิมง เคียร์ แล้วก็การยิงของ แฮร์รี เคน ในช่วงทดเวลา https://ohozaa.com

ซึ่งข้างหลังจบเกม แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมกลุ่มชาติอังกฤษ ได้ออกมาเปิดใจถึงการนำกลุ่ม เข้ารอบชิงฯ รายการระดับเมเจอร์ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 55 ปี กับกล่าวชื่นชอบผลงานของคู่ต่อสู้ในเกมนี้

ให้สมชื่อผู้ดี

“ผมยินดีในตัวนักฟุตบอลมากมาย มันเป็นช่องทางที่น่าไม่น่าเชื่อที่ได้เป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของกลุ่มนี้ ส่วนแฟนบอลเองก็น่าอัศจรรย์ทั้งคืนเหมือนกัน มันไม่ใช่ง่ายเลย ผมบอกนักฟุตบอลว่าพวกเราจำต้องแสดงความยืดหยุ่นให้ทุกคนมองเห็น รวมทั้งกลับมาสู่เกมภายหลังจากตามหลัง ซึ่งโน่นเป็นสิ่งที่พวกเราทำในคืนนี้”

“เวลาที่เดนมาร์ก เป็นกลุ่มที่สุดยอดอย่างแน่นอน และก็ก่อให้เกิดปัญหาให้กับพวกเรามากมายก่ายกอง โชคร้ายที่พวกเขาถูกประเมินต่ำไปกว่าเรื่องจริง”

“สิ่งที่น่าปลื้มที่สุด เป็นการที่พวกเราได้มอบช่วงเวลากลางคืนอันดีเลิศให้กับแฟนคลับและก็คนทั่วประเทศ แม้กระนั้นทางของพวกเรายังคงเดินต่อไปอีก 4 วัน พวกเรากำลังไปสู่รอบชิงฯ ซึ่งยังคงมีปัญหาใหญ่ เป็นการเป็นผู้พิชิตอิตาลีให้ได้ พวกเขาเป็นกลุ่มที่ดี รวมทั้งชี้ให้เห็นถึงความยอดเยี่ยมของแนวรับ ซึ่งมันจะเป็นเกมที่สุดยอดอย่างแน่แท้”

กลับเงื่อนชีวิตที่ไม่บางทีอาจลืมของ “แกเร็ธ เซาธ์เกต” ผู้จัดการทีมกลุ่มชาติอังกฤษ จากแพะรับบาปของกลุ่มในศึกยูโร 1996 ที่กลายเป็นวีรบุรุษของชาติในวันนี้

ย้อนกลับไปเมื่อราว 25 ปีที่ผ่านมา ชีวิตของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ในฐานะปราการหลังกลุ่มชาติอังกฤษ เขาเป็นหนึ่งในแม่ทัพชุดความปรารถนา ที่จะก้าวขึ้นไปครอบครองแชมป์ยูโรคราวแรก บนแผ่นดินถิ่นฐานบ้านช่อง โดยมี เทอร์รี เวนาเบิลส์ เป็นแม่ทัพใหญ่ และนายทัพคู่กายที่อยู่ในวัยกำลังฮึกเหิม รวมทั้งพร้อมฝ่าทุกสังเวียน

แม้กระนั้นทางลุ้นแชมป์ยูโร 1996 ของกองทัพสิงโตขู่คำราม กลับจำต้องหยุดอยู่เพียงแต่รอบตัดเชือกแค่นั้น เมื่อจะต้องโคจรมาเจอกับ “อินทรีเหล็ก” กลุ่มชาติเยอรมนี ซึ่งเป็นเยี่ยมในกลุ่มเต็งแชมป์

รวมทั้งจำเป็นต้องดวลกันถึงฎีกา ก่อนที่จะกลุ่มชาติอังกฤษจะล้างอาถรรพณ์จุดลูกโทษไม่เป็นผลสำเร็จ แล้วก็ เซาธ์เกต จะต้องเปลี่ยนภาวะเป็น “1 เด็กทึ่มกับ 10 วีรบุรุษ” เนื่องจากยิงจุดลูกโทษไม่เข้า

“คุณกำลังอยู่ในเกมที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งมีมาอย่างเป็นเวลายาวนานกว่า 30 ปีในตอนนั้น คนทั้งประเทศกำลังอยู่ในกระแส (บอลยูโร 1996) แล้วก็ความรู้สึกที่ดี แม้กระนั้นภายหลังจบเกม คุณกลับจะต้องเดินออกมาจากสนาม โดยคิดว่าเป็นผู้ที่รับผิดชอบต่อการตกรอบของกลุ่ม”

“ผมไม่เคยทราบสึกโกรธนะ แต่ว่าเพียงแค่เศร้าใจแล้วก็สำนึกผิด ที่จำเป็นต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับประเด็นนี้ ความผิดพลาดภายใต้แรงกดดันเป็นอย่างมากของสปอตไลต์ดวงใหญ่ เกิดเรื่องยากที่จะจัดการกับมันได้ ในแบบของมือโปร” เซาธ์เกต กล่าวผ่าน สกาย สปอร์ตส์ เมื่อปี 2020

อย่างไรก็ดี โชคดีที่ เซาธ์เกต มิได้จมอยู่กับความเศร้าใจผู้เดียว เนื่องจากเขามีรุ่นพี่อย่าง สจวร์ต เพียร์ซ ซึ่งเคยผ่านโลกมามาก ด้วยการพลาดจุดลูกโทษในศึกบอลโลก 1990 ที่อิตาลี รอให้คำแนะนำเพื่อก้าวผ่านมันไป

“ผมคิดออกว่าตอนกลับไปที่อพาร์เม้นท์ ผมนั่งทางอาหารค่ำอยู่กับ สจวร์ต เพียร์ซ ซึ่งเคยผ่านช่วงชีวิตชนิดเดียวกับผม เขาบอกกับผมในทันทีทันใดว่า อีกไม่กี่เดือนด้านหน้า ชีวิตผมควรเป็นเช่นไร แล้วก็พบกับอะไรบ้าง เมื่อคุณดูย้อนกลับไปจะพบว่า โน่นเป็นสิ่งที่ตีราคามิได้เลยจริงๆ”

ต่อไป สมัยก่อนเด็กปั้นของคริสตัล พาเลซ ก็รับใช้สังกัดเดิมอย่าง แอสตัน วิลลา รวมทั้ง มิดเดิลสโบรห์ อย่างซื่อสัตย์สุจริต ก่อนได้รับจังหวะคุมกลุ่มหนแรกในชีวิต บนถิ่นริเวอร์ไซด์ สเตเดียม

กับกลุ่ม “ราชสีห์แดง” จนกระทั่งก้าวเข้ามารับงานคุมกองทัพสิงโตยู-21 รวมทั้งรับไม้คุมกลุ่มชาติอังกฤษชุดใหญ่ ต่อจาก “บิ๊กแซม” แซม อัลลาร์ไดซ์ ที่จะต้องล่ำลากลุ่มไปเมื่อปี 2016

แม้ว่าดีกรีผู้จัดการทีม แล้วก็ชั่วโมงที่จะบินการควบคุมกลุ่มระดับประเทศจะยังไม่มากพอ แต่ว่าสิ่งที่ เซาธ์เกต มีเป็นความตั้งอกตั้งใจ แล้วก็ความตั้งใจที่จะทำให้เกิดอาการชาตำหนิภูมิลำเนาของตนเอง ก้าวขึ้นมายิ่งใหญ่ให้ได้อีกรอบ

แล้วก็ตลอดตอนที่ผ่านมา เว้นแต่ชั้นสมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ แรงกิ้ง ที่ขยับแบบก้าวกระโจน จากกลุ่มท็อป 20 ขึ้นมาเป็นท็อป 5 ของโลกในเวลาเพียงแค่ไม่กี่ปีแล้ว ผลงานในระดับประเทศ ดีแล้วขึ้นแบบแปลกตาด้วยเหมือนกัน

ไล่ตั้งแต่บอลโลก 2018 ที่รัสเซีย ซึ่งก้าวขึ้นไปจบชั้น 4 ของทัวร์ราเมนต์ ตอนที่ ยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2018-19 ก็คว้าชั้น 3 ครอบครองได้ บ่อยมาจากการเข้าชิงดำในศึกยูโร 2020

ในเวลาที่ขุมกำลัง ก็หันมาใช้นักฟุตบอลพลังชายหนุ่ม ซึ่งบางรายบางทีอาจขัดใจกูรูลูกหนังไปบ้าง แต่ว่าเมื่อ เซาธ์เกต เชื่อมั่นก็จะต้องไปให้สุด บรรดาผู้เล่นตัวหลัก

ตั้งแต่ปี 2016 ที่ได้ลงสนามอย่างก็เนื่อง ก็มีอีกทั้ง ไคล์ วอล์คเกอร์, แฮร์รี เคน, ราฮีม สเตอร์ลิง รวมไปจนกระทั่ง มาร์คัส แรชฟอร์ด ซึ่งแต่ละคนลงเล่นไม่น้อยกว่า 30 นัดหมาย ในรอบแทบ 5 ปี

และก็ที่ลืมมิได้เป็น เซาธ์เกต เข้ามาแก้เงื่อน ด้วยการจับสมาชิกฝึกซ้อมยิงจุดลูกโทษแบบตั้งใจจริง เพื่อลบคำดูถูกของ 2 อดีตกาลที่ปรึกษากลุ่มชาติอังกฤษอย่าง เกล็น ฮอดเดิล รวมทั้ง สเวน โกรัน อีริคส์สัน ที่กล่าวว่า “คุณไม่อาจจะเลียนแบบแรงกดดันสำหรับในการยิงจุดลูกโทษ บนสนามฝึกซ้อมได้หรอก”

ตอนที่ คีแรน ทริปเปียร์ เคยรายงานในระหว่างตระเตรียมกลุ่มสู้ศึกบอลโลก 2018 ที่รัสเซียว่า ที่ปรึกษากลุ่มชาติอังกฤษ ได้สั่งให้นักฟุตบอลฝึกซ้อมยิงจุดลูกโทษโดยทันที

ข้างหลังการฝึกฝนที่นานและก็ล้า ซึ่งจากความเมื่อยล้าล้านี่เอง จะเป็นตัวช่วยรีบแรงกดดันข้างในตัวนักฟุตบอล เปรียบเทียบได้ราวกับการจำลองแรงกดดันจริงในสนาม

ก่อนที่จะในเวลาถัดมา เฮดโค้ชทัพสิงโตคำราม ได้เปลี่ยนแปลงแนวทางฝึกใหม่ให้เหมือนจริงที่สุด โดยเลียนแบบเหตุการณ์จริงตั้งแต่ก้าวเท้าออกมาจากเส้นครึ่งสนาม ดูเหมือนจะทุกตอนของการฝึกหัด

“พวกเรามีกระบวนการอยู่ และก็พวกเราก็ชนะสำหรับเพื่อการดวลจุดโทษ 2 คราวหลังสุด ดังนั้นพวกเราก็เลยมีวิธีการเตรียมความพร้อมที่สมควร รวมทั้งพวกเราก็ทำแบบงั้นบ่อยมา

ซึ่งผู้เล่นต่างก็เข้าใจดี พวกเรามั่นใจว่าจะมีความพร้อมเพรียงเมื่อถึงเหตุการณ์จริง” เซาธ์เกต กล่าวก่อนเกมยูโร 2020 รอบ 16 กลุ่มท้ายที่สุดที่เจอกับ เยอรมนี

รวมทั้งจากความตั้งใจในเนื้อหาทุกกระแบะมือนิ้ว ทำให้ผลงานในสนามดียิ่งขึ้นอย่างสม่ำเสมอ จนถึงสามารถกรุยไปสู่รอบชิงฯ ยูโร 2020 ได้เสร็จ พลิกฟื้นจากสมัยก่อนแนวรับขี้แพ้

เปลี่ยนมาเป็นว่าที่ที่ปรึกษาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดชั้น 2 ในประวัติศาสตร์กลุ่มชาติอังกฤษ ด้อยกว่าเพียงแต่ เซอร์ อัลฟ์ แรมซีย์ ที่เคยพาทีมครอบครองแชมป์โลกเมื่อปี 1966 เพียงผู้เดียวเพียงแค่นั้น

ส่วนกลุ่มชาติอังกฤษชุดนี้ จะสามารถได้แชมป์ยุโรปยุคแรกในประวัติศาสตร์ หรือเป็นไปได้เพียงแค่พระรองของทัวร์นาเมนต์ กลุ่มชาติอิตาลี แล้วก็ โรแบร์โต มันชีนี เท่านั้น ที่จะให้คำตอบได้ ในเกมชิงดำวันอาทิตย์นี้