ไม่หมดหวัง

ไม่หมดหวัง ก่อนจะซบ แมนฯ ยูไนเต็ด อดีตโค้ชเผยชีวิตวัยเด็กของอีแลงก้า

ไม่หมดหวัง หลังจากไม่ชนะในเกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ มา 2 เกมติดต่อกันก่อนหน้านี้ 

ไม่หมดหวัง หลังจากไม่ชนะในเกม พรีเมียร์ลีกอังกฤษ มา 2 เกมติดต่อกันก่อนหน้านี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็กลับมาเก็บ 3 คะแนนได้อีกครั้ง หลังจากที่พวกเขาบุกไปชนะ เบรนท์ฟอร์ด 3-1

จนทำให้พวกเขายังไม่ถึงขั้นหมดหวังกับการลุ้นพื้นที่ท็อปโฟร์ แน่นอนว่าหนึ่งในคนที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของเกมนี้หนีไม่พ้น แอนโธนี่ อีแลงก้า กองหน้าดาวรุ่งจากอะคาเดมี่ของแมนฯยูไนเต็ด

เพราะที่จริงเขาก็ทำผลงานได้โดดเด่นตั้งแต่วันที่เสมอกับ แอสตัน วิลล่า 2-2 แล้ว แต่วันนี้เขาถึงขั้นทำประตูได้ด้วย จนทำให้มันถือเป็นลูกที่ 2 ของเขากับทีมชุดใหญ่ของแมนฯยูไนเต็ด

ทั้งนี้ ต้องบอกว่าที่จริง แมนฯยูไนเต็ดเคยเกือบจะอดได้แข้งเชื้อสายสวีดิช-แคเมอรูน มาแล้วเหมือนกัน เพราะสมัยที่อีแลงก้า มาอยู่ที่ประเทศอังกฤษใหม่ๆ นั้น ฝีเท้าของเขาไปเข้าตาแมวมองของหนึ่งในทีมดังของศึก พรีเมียร์ลีกอังกฤษ

และทีมที่ว่าก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเพื่อนบ้านสีฟ้า ในเมืองแมนเชสเตอร์ของ “ปีศาจแดง” นั่นเอง “ผมจะบอกให้ว่า ซิตี้ คือทีมแรก ที่แสดงความสนใจ ในตัวเขา” เอียน ฟอร์เดอร์ อดีตกุนซือ ฮัทเทอร์ซี่ย์เอฟซี

ไม่หมดหวัง ทีมที่อีแลงก้า เคยเล่นให้สมัย ที่มาอยู่ในอังกฤษใหม่ๆ ให้สัมภาษณ์กับ เดอะ ซัน สื่อของอังกฤษ “เขามีโอกาสได้ลงซ้อมกับพวกเขาไปบ้างด้วย” วิเคราะห์บอล

ไม่หมดหวัง

สมัยที่อีแลงก้า มาอยู่ที่ประเทศอังกฤษใหม่ๆ นั้น ฝีเท้าของเขาไปเข้าตาแมวมองของหนึ่งในทีมดัง

ไม่หมดหวัง สำหรับสาเหตุ ที่ทำให้อีแลงก้า กับแมนฯยูไนเต็ด ได้มาพบเจอกันนั้น เป็นเพราะวันหนึ่ง ฟอร์เดอร์ ตัดสินใจส่งอีแลงก้า ลงสนาม และบังเอิญเหลือเกิน ที่ผู้ปกครองของ เด็กคนหนึ่ง ที่เข้าชมเกมระดับ เยาวชนในวันนั้นรู้จัก กับหัวหน้าแมวมองให้กับ แมนฯยูไนเต็ดด้วย

“ตอนนั้นผมคุมทีม รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปีอยู่ และที่จริง ผมก็ไม่ควร จะส่งเขาลงเล่น ในวันนั้น แต่สุดท้ายผมก็คิดว่าผมจะไม่ปล่อย ให้เขาเล่นให้คนอื่นแน่ๆ ทันทีที่เกมเริ่มขึ้นน่ะ ผมก็รู้ได้ทันทีเลยว่า เขามีบางอย่าง”

“เขาเล่นได้สุดยอดมากๆ เขาได้บอล จากฝั่งของตัวเอง แล้วลากผ่านผู้เล่น 7 คน, แตะหลบผู้รักษาประตู และยิงเข้าไป หนึ่งในผู้ปกครอง ที่อยู่ที่สนามในวันนั้น เป็นแมวมอง และเขาก็ติดต่อไปหาหัวหน้าแมวมองของยูไนเต็ด จนอีกฝ่ายต้องมาดู ด้วยตาตัวเอง”

“ถ้าจำไม่ผิดน่ะที่จริง วันนั้นเราแพ้ไป 1-8 แต่ แอนโธนี่ เล่นได้สุดยอดมากๆ สุดท้ายแล้ว จอห์น (คอร์ก นักธุรกิจที่สนิทกับ ฟอร์เดอร์) ก็เป็นคนที่ให้ความช่วยเหลือ แอนโธนี่ เยอะมากๆ ในตอนที่เขาเซ็นสัญญาแบบนักเรียนหนแรก

เพราะตอนนั้น คุณแม่ของเขา ยังขับรถไม่เป็นเลย จนทำให้ จอห์น ต้องขับรถพาเขาไปที่ เดอะ คลิฟฟ์ (สนามที่ทีมเยาวชนของแมนฯยูไนเต็ด ใช้เวลาลงเล่นเกมต่างๆ) และขับกลับมาเพื่อทำการซ้อมด้วย”

จะว่าไปแล้วการที่อีแลงก้า ได้มาเล่นให้ ฮัทเทอร์ซี่ย์ ของ ฟอร์เดอร์ มันก็ถือว่ามีโชคชะตา เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เพราะที่จริงตอนแรก อีแลงก้าตั้งใจ จะมาดูเกม การเล่นของทีมที่ชื่อว่า ไฮด์ยูไนเต็ด เผื่อว่าจะเล่นให้พวกเขา

แต่บังเอิญว่าวันนั้น ไฮด์ ไม่ได้มาซ้อมกันทั้งทีมพอดี “ตอนแรก แอนโธนี่ มาดูเกมของไฮด์ยูไนเต็ด ซึ่งปกติแล้วจะซ้อมใกล้กับเรา ตอนนั้นผมมองออกเลยว่า เขากับคุณแม่ของเขา สับสนจนทำอะไรกันไม่ถูก

ผมเลยเข้าไปหาทั้งคู่แล้วถามว่า -ให้ผมช่วยไหมครับ ?- แล้วเขาก็ถามผมว่าเราเป็นคนของไฮด์ยูไนเต็ด รึเปล่า” “ผมตอบกลับไปว่า -เปล่า เราเป็นคนของทีม ฮัทเทอร์ซี่ย์ ปกติแล้ว ไฮด์ จะซ้อมที่สนามใกล้กับของเรา แต่วันนี้พวกเขาไม่มาซ้อม

ว่าแต่พวกคุณพัก กันที่ไหนเหรอ ?- เขาตอบมาว่าเขาอาศัยที่ย่าน ไฮด์ ผมเลยเสนอไปว่า -เอางี้นะ แทนที่จะมาเสียเที่ยวน่ะ นายมาซ้อมกับเราสิเจ้าหนู- ซึ่งเขาก็ตัดสินใจซ้อมร่วมกับเรา และ 10 นาทีหลังจากนั้นผมก็ยื่นสัญญา ให้แม่ของเขา เซ็นทันที!

ผมไม่มีทางปล่อยเขาแน่ๆ หลังจากได้เห็นฟอร์มของเขาในช่วง 10 นาทีที่ว่า ตอนที่คุณแม่ของเขากรอกเอกสารแล้วส่งกลับมาน่ะ ผมก็คิดกับตัวเองเลยว่า -ฉันไม่ปล่อยแกไปไหนแน่ไอ้หนู แต่ยังไงซะแกก็คงไม่ต้องมานั่งจมอยู่กับที่นี่นานอยู่แล้วน่ะนะ”

ไม่หมดหวัง แน่นอน ตอนนี้มันยังเร็วไป ที่จะตัดสินได้ว่า อีแลงก้าจะก้าวมาเป็นแกนหลัก ให้กับแมนฯยูไนเต็ด ได้อย่างเต็มตัวหรือไม่ แต่อย่างน้อยตอนนี้ เขาก็เป็นหนึ่งในแข้งที่ “เร้ด อาร์มี่” หลายคนเอาใจช่วยอย่างเต็มที่ไปแล้ว ป้องหัวฝูง